ถึงแม้ว่าเหล้าหรือน้ำเมา จะมีอยู่คู่สังคมไทยมาช้านานแสนนานแล้วก็ตาม แต่เมื่อก่อนคนไทยก็ยังดื่มกันไม่มาก ปัจจุบันคนไทยดื่มน้ำเมามากติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก โดยเฉพาะวันนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วงในสังคม คือ วัยรุ่นหญิงชาย คนหนุ่มสาว หันมานิยมดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กันมากขึ้น จากผลการสำรวจเมื่อปี พ.ศ. 2546 พบว่าเด็กอายุต่ำกว่า 19 ปี หันมาดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นกว่า 500,000 คน ด้วยค่านิยมผิด ๆ โดยเฉพาะกลุ่มนิสิตนักศึกษาวัยรุ่นส่วนใหญ่ ที่รู้สึกว่าการดื่มแอลกอฮอล์เป็นเรื่องปกติและมองว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นเครื่องดื่มเพื่อความสนุกสนาน เพื่อการเข้าสังคม ดื่มแล้วทำให้เท่ห์ โก้ เก๋ โดยไม่ได้ตระหนักถึงโทษภัยอันตรายอันมากมายของน้ำเมาเลย
สุราและเครื่องดื่มประเภทมึนเมาหลากหลายชนิดถูกผลิตขึ้นเพื่อมอมเมาผู้ที่อยากลองดื่มและที่ดื่มที่ติดแล้ว และใช้สื่อโฆษณาเป็นที่จูงใจ แม้ว่าจะมีการควบคุมเรื่องการโฆษณาหรือกำหนดเวลาในการโฆษณาก็ตาม สุรานั้นเป็นสินค้าที่หาซื้อได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นห้างร้านใหญ่น้อย โชห่วย ทุกชุมชนมีให้เห็นกันมากมาย จึงเป็นเหตุให้ผู้ดื่มสุรายากจะอดใจ ผู้ที่คิดอยากลองก็มีมากมาย เพราะรูปแบบการโฆษณาผ่านสื่อต่าง ๆ มีเห็นอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งรูปแบบผลิตภัณฑ์ประกอบกับการโฆษณาที่จะให้ถึงตัวกลุ่มเป้าหมายทั้งนักดื่มหน้าเก่าและกลุ่มเป้าหมายนักดื่มหน้าใหม่ซึ่งก็คือเยาวชนของชาติที่ผู้ผลิตพยายามพัฒนาอยู่ตลอดเวลาด้วยงบประมาณมหาศาล
ดังนั้นการที่จะทำให้ธุรกิจนี้เจริญก้าวหน้าในแง่เศรษฐกิจ สร้างกำไรมหาศาลให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะที่จะมีการนำธุรกิจนี้เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ซึ่งในทางกลับกันผลเสียจากน้ำมหาภัยนี้ก็จะกระจายขยายไปทวีคูณด้วยเช่นนั้น แล้วทางรอดของประเทศไทยอยู่ที่ไหน อยู่ที่ธุรกิจหรืออยู่ที่การมีประชากรที่มีคุณภาพและศักยภาพที่แท้จริง ถ้าคิดพิจารณาอย่างเป็นกลางด้วยสติประกอบด้วยปัญญา และเจตนาที่ไร้ผลประโยชน์ด้านเม็ดเงินครอบงำ ผู้มีอำนาจและบทบาทในการกำหนดทิศทางประเทศก็น่าจะรู้คำตอบที่ชัดเจนสำหรับต่อปัญหานี้โดยไม่ยากนัก
โดย นางสาวสุภาพร พงศ์ชีวะกุล






*เมื่อสมัครแล้วจะมี verify e-mail ไปแจ้งให้คลิกเพื่อยืนยันอีกครั้งหนึ่ง 







